lnwshop logo
15 วัน - FANCL vitamin B Group & Inositol อาหารเสริมวิตามินบีรวม+อิโนซิทอล เป็นสารอาหารพื้นฐานที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและความงาม ชะลอวัย ช่วยลดการเกิดสิว บำรุงผิวหนังเส้นผม ตาปากและตับช่วยในการเผาผลาญอาหารประเภทโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน เพื่อให้ได้พลังงา

15 วัน - FANCL vitamin B Group & Inositol อาหารเสริมวิตามินบีรวม+อิโนซิทอล เป็นสารอาหารพื้นฐานที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและความงาม ชะลอวัย ช่วยลดการเกิดสิว บำรุงผิวหนังเส้นผม ตาปากและตับช่วยในการเผาผลาญอาหารประเภทโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน เพื่อให้ได้พลังงา

ลงสินค้า: 14 เม.ย. 2559 แก้ไขล่าสุด: 14 เม.ย. 2559
250.00 บาท
จำนวน (ชิ้น)
-
+
หมวดหมู่ FANCL บำรุงผิว
น้ำหนัก กรัม
สภาพ สินค้าใหม่
สภาพ สินค้ามือสอง
เพิ่มเติม
เกรด
บาร์โค้ด
สถานะสินค้า Pre-Order
สถานะสินค้า พร้อมส่ง
คงเหลือ ชิ้น
เข้าร่วมโปรโมชั่น
ความพึงพอใจ ยังไม่มีความคิดเห็น
Scan this!
ข้อมูล
รายละเอียดสินค้า

15 วัน - FANCL vitamin B Group & Inositol  อาหารเสริมวิตามินบีรวม+อิโนซิทอล เป็นสารอาหารพื้นฐานที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและความงาม ชะลอวัย ช่วยลดการเกิดสิว บำรุงผิวหนังเส้นผม ตาปากและตับช่วยในการเผาผลาญอาหารประเภทโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน เพื่อให้ได้พลังงานสำหรับผู้ที่ชอบดื่มกาแฟ คุณควรรับประทานอิโนซิทอลเสริม

 

Vitamin B1 (วิตามินบี 1)

วิตามินบี 1 หรือ Thiamine เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต มีหน้าที่สำคัญ คือ เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการเผาผลาญอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมัน ทำให้เกิดพลังงานเพื่อให้ร่างกายสามารถทำงานได้ นอกจากนี้ยังมีส่วนสำคัญของระบบประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านนำกระแสความรู้สึกของเส้นประสาท ถ้าร่างกายได้รับวิตามินบีหนึ่งไม่เพียงพอ จะทำให้เป็น โรคเหน็บชา โรคนี้เกิดได้กับบุคคล ทุกกลุ่มอายุ สำหรับเด็กทารกถ้าเป็นโรคเหน็บชา ( Infantile beriberi) จะมีอัตราการเสียชีวิตสูง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันต่อโรค ซึ่งพบได้มากในประเทศที่ประชาชนรับประทานข้าวที่สีแล้วเป็นอาหารหลัก โดยไม่รับอาหารอื่นที่มีวิตามินบี 1 เสริมอย่างเพียงพอ

 

วิตามินบี 1 ช่วยเสริมการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตไปใช้เป็นพลังงาน มีผลต่อการทำงานของระบบประสาท หัวใจ และทางเดินอาหาร อาการที่ปรากฏเมื่อขาด เบื่ออาหาร เหนื่อยง่าย ชาตามมือและเท้าแขนขาไม่มีแรง วิตามินบี 1 พบมาใน ธัญพืช ข้าวซ้อมมือ ถั่วต่างๆ งา ตับ

Vitamin B5 (วิตามินบี 5) Pantothenic Acid (กรดแพนโทเทนิก)

วิตามินบี 5 เร่งแผลหายเร็ว บรรเทาอาการข้ออักเสบ ลดอาการนอนไม่หลับ เหนื่อยล้า 
พบมากใน ถั่วลิสงไม่ปรุงรส งา อะโวกาโด แอปเปิ้ล แอพริคอตแห้ง

ประโยชน์ต่อร่างกาย
1.ช่วยสร้างแอนติบอดีซึ่งเป็นตัวสำคัญของภูมิชีวิต
2.เมื่อร่างกายเปลี่ยนไขมันที่สะสมไว้ให้เป็นน้ำตาลเพื่อสร้างพลังงาน วิตามินบี5 จะเป็นตัวสำคัญในการเปลี่ยนไขมันเป็นน้ำตาล
3.ช่วยให้บาดแผลหายเร็วขึ้น
4.ช่วยให้ร่างกายหายจากการช็อกหลังการผ่าตัดใหญ่
5.ช่วนให้อาการอ่อนเพลียหายเร็วขึ้น
6.เป็นสิ่งจำเป็นต่อการทำงานของต่อมอะดรีนัล และช่วยกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนสำคัญ เพื่อรักษาสุขภาพของผิวหนังและระบบประสาท

7.ช่วยในการเผาผลาญอาหารประเภทโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน เพื่อให้ได้พลังงาน

8.ช่วยเปลี่ยนคอเลสเตอรอลเป็นฮอร์โมนสำหรับต่อต้านความเครียด ป้องกันอาการอ่อนเพลีย
9.ช่วยในการป้องกันโรค และสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค
10.ช่วยป้องกันริ้วรอย
11.ช่วยให้บาดแผลหายเร็วขึ้น
12.ช่วยให้ทนต่อความเครียดได้มากขึ้น
13.ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายเพิ่มขึ้น
14.ช่วยลดการเกิดสิว

Vitamin B6 (วิตามินบี 6)

 

วิตามินบี 6 การทำงานของระบบประสาท การสร้างเม็ดเลือด ช่วยรักษาสภาพผิวหนังให้เป็นปกติ อาการที่ปรากฏเมื่อขาด อ่อนเพลีย โลหิตจาง ชาปลายมือปลายเท้า วิตามินบี 6 พบมากใน เนื้อสัตว์ ผักต่างๆ ปลา และยีสต์

       ในระยะแรกที่มีการค้นพบวิตามินนี้ให้ชื่อว่า Anti-dermatitis Vitamin เพราะใช้สำหรับการเติบโต และป้องกันโรคผิวหนังที่จมูก เล็บเท้า ต่อมาเห็นว่าชื่อซ้ำกับไนอะซิน ซึ่งใช้รักษาโรคหนังกระ จึงให้ชื่อว่า วิตามินบี6

          วิตามินบี6 เป็นสารที่ละลายน้ำ ทนความร้อน แต่ไม่ทนแสงสว่างในพืชวิตามินนี้มักรวมอยู่กับโปรตีนและอยู่ในรูปแอลกอฮอล์ หรือไพริดอกซิน (Pyridoxine) ส่วนในสัตว์มากอยู่ในรูป เอมีนหรือ Pyridoxamine และแอลดีไอด์หรือ Pyridoxal แต่มีไพริดอกซินน้อย

 

การดูดซึมของวิตามินบี6

       ร่างกายจะดูดซึมวิตามินบี6 จากอาหารได้เร็วที่ลำไส้เล็กส่วนต้น เมื่อเข้าไปในร่างกายจะเปลี่ยนเป็นCoenzyme ในรูป Pyridoxal Phosphate ที่เหลือจะถูกขับถ่ายออกทางปัสสาวะ ภายใน 8 ชั่วโมงหลังจากบริโภค และไม่เก็บสะสมไว้ที่ตับ ถ้าในปัสสาวะไม่มีสารประกอบตัวนี้แสดงว่าได้รับวิตามินบี6 ไม่เพียงพอ

ประโยชน์ของวิตามินบี6

  1. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้แข็ง
  2. ช่วยป้องกันการเกิด นิ่วในไต
  3. ลดความเสี่ยงต่อการเป็น โรคหัวใจ
  4. ทำให้ร่างกายดูดซึมโปรตีนและไขมันได้ดียิ่งขึ้น
  5. ช่วยเปลี่ยนรูปของ ทริปโตแฟน ให้เป็น ไนอะซิน (วิตามินบี3)
  6. ช่วยป้องกันโรคทางประสาทและโรคผิวหนังหลายชนิด
  7. ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน
  8. ช่วยชะลอวัยได้
  9. เป็นยาขับปัสสาวะตามธรรมชาติ
  10. ลดอาการกล้ามเนื้อหดเกร็งในเวลากลางคืน มือชา ขาเป็นตะคริว และปลายประสาทที่แขนขาอักเสบบางชนิด
  11. ลดอาการปากแห้งและปัญหาด้านการปัสสาวะที่เกิดจากการรับประทานยาต้านอาการซึมเศร้าในกลุ่มไตรไซคลิก

 

Vitamin B7 (วิตามินบี 7)

วิตามินบี 7 ไบโอติน ( biotin) หรือ วิตามินเอช ( vitamin H) หรือ วิตามินบี7 (vitamin B7) เป็นวิตามินในกลุ่มวิตามินบี ซึ่งสามารถละลายน้ำได้ สำคัญต่อการเจริญของเซลล์ การผลิตกรดไขมัน และการเผาผลาญไขมันและกรดอะมิโน

ประโยชน์

  • ช่วยในการย่อยหรือแตกตัวของคาร์โบไฮเดรตให้กลายเป็นกลูโคส
  • ช่วยในการย่อยหรือแตกตัวของโปรตีนและไขมัน
  • ช่วยให้ระบบประสาททำงานได้ตามปกติ
  • ช่วยให้กล้ามเนื้อในกระเพาะและลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น
  • ช่วยบำรุงผิวหนัง เส้นผม ตา ปากและตับ

 

Vitamin B12 (วิตามินบี 12)

วิตามินบี 12 จำเป็นในการสร้างเม็ดเลือด การทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง และการดูดซึมของทางเดินอาหาร อาการที่ปรากฏเมื่อขาด โลหิตจาง อ่อนเพลีย ความบกพร่องของระบบประสาทส่วนกลาง วิตามินบี 12 พบมากใน เนื้อสัตว์นม เนย 

  • โดยร่างกายสามารถเก็บสะสมวิตามินบี12 ไว้ได้ ซึ่งจะแตกต่างจาก วิตามินบี ชนิดอื่น โดยใช้เวลาถึง 3 ปีกว่าที่วิตามินจะสูญสลายไปจากร่างกาย นอกจากนี้การทำงานของต่อมไทรอยด์ที่เป็นปกติจะช่วยการดูดซึมของวิตามินบี12 อาการของการขาดวิตามินบี12 อาจใช้เวลาถึง 5 ปีหลังจากที่สะสมในร่างกายหมดไปจึงจะปรากฏให้เห็น
  • วิตามินบี12 จะพบในผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์เป็นหลัก ส่วนอาหารจากพืชจะไม่มีวิตามินบี12 อาหารที่มีวิตามินบี12 เช่น ตับ ไต นม ไข่แดง ชีส ปลา เนื้อหมู เนื้อวัว อาหารหมักดอง เป็นต้น
  • หากร่างกายขาดวิตามินบี12 อาจทำให้เกิด โรคโลหิตจาง และโรคเกี่ยวกับระบบประสาทได้

 

ประโยชน์ของวิตามินบี 12

  1. ช่วยบำรุงประสาททำให้ระบบประสาทแข็งแรงขึ้น
  2. ช่วยเพิ่มสมาธิ ความจำ และการทรงตัว
  3. ช่วยบรรเทาอาการหงุดหงิด ลดความเครียด
  4. ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตและเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย
  5. ประโยชน์วิตามินบี12 ช่วยทำให้เด็กเจริญอาหาร
  6. ทำให้ร่างกายสามารถใช้ไขมัน โปรตีน และคาร์โบไฮเดรตได้อย่างเหมาะสม
  7. มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ
  8. ประโยชน์ของวิตามินบี12 ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง
  9. ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งจากการสูบบุหรี่
  10. ปริมาณ 80 ไมโครกรัมต่อวันจะช่วยเสริมสร้างความแข็งของกระดูกและช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนได้

 

อิโนซิทอล (Inositol)

 

  • อิโนซิทอล (Inositol) เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ จัดอยู่ในกลุ่มของ วิตามินบีรวม โดยมีบทบาทสำคัญในระบบประสาท โดยให้พลังแก่เซลล์สมอง ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันและคอเลสเตอรอล อิโนซิทอล นั้นมีหน่วยเป็นมิลลิกรัม (มก. หรือ mg.) เมื่อรวมตัวกับ โคลีน จะกลายเป็น เลซิติน
  • สำหรับแหล่งที่พบอิโนซิทอลตามธรรมชาติ ได้แก่ ตับ สมองและหัวใจวัว จมูกข้าวสาลี กากน้ำตาล ถั่วลิสง ถั่วลิมาแห้ง ลูกเกด แคนตาลูป เกรปฟรุต กะหล่ำปลี บริเวอร์ยีสต์ เป็นต้น
  • โรคจากการขาดอิโนซิทอล ได้แก่ โรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดเอ็กซีมา (Eczema) โดยมีลักษณะอาการคือ บวมแดง คัน ผิวหนังลอกเป็นขุย , ท้องผูกได้ง่าย เนื่องจากการทำงานของระบบประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวลำไส้จะทำงานผิดปกติ จึงทำอาหารให้ตกค้างในลำไส้ใหญ่ หรืออาจเกิดความผิดปกติในดวงตา เช่น ตาบอดกลางคืน ต้อกระจก ต้อหิน และการมองเห็นผิดปกติได้ หรืออาจเกิดภาวะผมร่วงได้ หรืออาจเกิดภาวะเส้นเลือดอุดตัน หรือเกิดการแข็งตัวของผนังเส้นเลือดได้ และอาจเกิดภาวะเสื่อมและอักเสบของปลายประสาท ทำให้มีอาการชา หรือปวดร้อนตามปลายมือปลายเท้าได้

 

ประโยชน์ของอิโนซิทอล

  1. อิโนซิทอลสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันได้
  2. ป้องกันการหลุดล่วงของเส้นผม ช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรง
  3. ช่วยป้องกันผื่นผิวหนังอักเสบเอ็กซีมา
  4. ช่วยปรับการสะสมของไขมันตามส่วนต่าง ๆของร่างกาย
  5. ทำให้รู้สึกสงบ ช่วยป้องกันภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล
  6. สามารถช่วยป้องกันมะเร็งบางชนิดได้
  7. ช่วยป้องกันภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือด
  8. ช่วยฟื้นฟูอวัยวะต่าง ๆของผู้ป่วยเบาหวานให้ดีขึ้น

คำแนะนำในการรับประทานอิโนซิทอล

  • อิโนซิทอล ขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันยังไม่มีระบุอย่างเป็นทางการ แต่สำหรับผู้ใหญ่สามารถรับประทานได้วันละ 500 – 1,000 มิลลิกรัม โดยแบ่งรับประทานเป็นวันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารเช้าเย็น
  • มักมีวางจำหน่ายในรูปแบบเลซิทินผงที่ละลายน้ำได้ง่าย และในรูปของวิตามินบีรวมโดยจะมีอิโนซิทอลและโคลีนผสมอยู่ด้วยอย่างละ 100 มิลลิกรัม โดยในรูปของแคปซูลเลซิทินจากถั่วเหลือง 6 เม็ด จะมีอิโนซิทอลและโคลีนอยู่ด้วย อย่างละประมาณ 244 มิลลกิรัม
  • แต่ขนาดที่แนะนำให้รับประทานสำหรับอาหารเสริมโดยทั่วไปต่อวันคือประมาณ 500 – 1,000 มิลลิกรัม
  • ขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันทั่ว ๆไปคือประมาณ 250 – 500 มิลลิกรัม
  • ควรรับประทานร่วมกับโคลีน และ วิตามินบี ตัวอื่น ๆ ในรูปของวิตามินบีรวม
  • สำหรับผู้ที่ชอบดื่มกาแฟ คุณควรรับประทานอิโนซิทอลเสริม
  • การรับประทานอิโนซิทอลและโคลีนเป็นประจำ จะทำให้ วิตามินอี ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ผู้ที่รับประทานเลซิติน ควรรับประทาน ธาตุแคลเซียม เสริมเพื่อปรับสมดุลของระดับแคลเซียมและ ธาตุฟอสฟอรัส เพราะอิโนซิทอล และโคลีนจะไปเพิ่มระดับของฟอสฟอรัสในร่างกาย

 

 ส่วนประกอบที่สำคัญ

Cellulose, inositol t Ttoru, vitamin B6, calcium pantothenate, niacinamide, vitamin B1, calcium stearate, shellac, folic acid, biotin, vitamin B12

 

หมายเหตุ
- กรุณาเก็บให้พ้นมือเด็กเปียกโดยไม่ต้องสัมผัสด้วยมือกรุณาจัดการ
- เพื่อสุขอนามัยของคุณโปรดอย่าเทอาหารเสริมลงฝ่ามือเพราะจำทำให้อาหารเสริมชื้น
- หลังจากที่เปิดโปรดทานให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ( ทานสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน ไม่นำไปเก็บไว้นานเกินไป)
- เก็บให้พ้นแสงแดดและอุณหภูมิสูง  หลีกเลี่ยงการเก็บไว้ในสถานที่ตั้งของความชื้นสูง (ห้ามเก็บในตู้เย็น)

1 วัน ทาน 2 เม็ด หลังอาหารมื้อไหนก็ได้กับน้ำไม่แช่เย็น

 

Made in Japan

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เงื่อนไขอื่นๆ
เพื่อความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายและมิตรภาพที่ดีต่อกัน กรุณาทำความเข้าใจเงื่อนไข
Tags


ในภาพอาจจะมี 1 คน


null

ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาซีคอนสแควร์ ออมทรัพย์
ธ.กรุงศรีอยุธยา สาขาซีคอนสแควร์ ออมทรัพย์
ธ.กสิกรไทย สาขาซีคอนสแควร์ ออมทรัพย์
ธ.กรุงไทย สาขาซีคอนสแควร์ ออมทรัพย์
ธ.กรุงเทพ สาขาเซ็นทรัลพระราม3 ออมทรัพย์
คำถาม
รายละเอียด
ชื่อผู้ถาม
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ถาม
สินค้านี้ยังไม่มีคนถามคำถาม
สินค้านี้ยังไม่มีคนรีวิว
Go to Top
พูดคุย-สอบถาม คลิก