lnwshop logo
Nama DHA+EPA+Linseed oil อาหารเสริมกรดไขมันจำเป็นกลุ่มโอเมก้า3 ลดคลอเลสเตอรอล ลดอาการปวดอักเสบของโรคข้อต่างๆลดการอักเสบของผิว บำรุงสุขภาพเส้นผมและเล็บลดความผิดปกติของสตรีวัยหมดประจำเดือน และต่อต้านความชราลดอาการตาแห้งจากญี่ปุ่น

Nama DHA+EPA+Linseed oil อาหารเสริมกรดไขมันจำเป็นกลุ่มโอเมก้า3 ลดคลอเลสเตอรอล ลดอาการปวดอักเสบของโรคข้อต่างๆลดการอักเสบของผิว บำรุงสุขภาพเส้นผมและเล็บลดความผิดปกติของสตรีวัยหมดประจำเดือน และต่อต้านความชราลดอาการตาแห้งจากญี่ปุ่น

ลงสินค้า: 9 ส.ค. 2559แก้ไขล่าสุด: 9 ส.ค. 2559
390.00 บาท
จำนวน (ชิ้น)
-
+
หมวดหมู่ อาหารเสริมบำรุงสุขภาพ
น้ำหนัก กรัม
สภาพ สินค้าใหม่
สภาพ สินค้ามือสอง
เพิ่มเติม
เกรด
บาร์โค้ด
สถานะสินค้า Pre-Order
สถานะสินค้า พร้อมส่ง
คงเหลือ ชิ้น
เข้าร่วมโปรโมชั่น
ความพึงพอใจ ยังไม่มีความคิดเห็น
Scan this!
ข้อมูล
รายละเอียดสินค้า

Nama DHA+EPA+Linseed oil อาหารเสริมกรดไขมันจำเป็นกลุ่มโอเมก้า3 ลดคลอเลสเตอรอล ลดอาการปวดอักเสบของโรคข้อต่างๆลดการอักเสบของผิว บำรุงสุขภาพเส้นผมและเล็บลดความผิดปกติของสตรีวัยหมดประจำเดือน และต่อต้านความชราลดอาการตาแห้งจากญี่ปุ่น

 

น้ำมันปลา (Fish oil) เป็นส่วนหนึ่งของไขมันที่สกัดจากส่วนหัวและส่วนเนื้อของปลา เช่น ปลาทูน่า ปลาทู และปลาซาร์ดีน ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญ คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัว ชนิด โอเมก้า 3 ซึ่งมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเด่นๆ 2 ชนิด

 

DHA (Docosahexaenoic acid = กรดโดโคซาเฮ็กซาอีโนอิก

DHA คือกรดไขมันจำเป็นในตระกูลโอเมก้า 3 เป็นโครงสร้าง พื้นฐานของเซลล์สมองและจอประสาทตา ในสมองและเซลล์ประสาท ตาของคนเราประกอบด้วยกรดไขมันหลายชนิด แต่ชนิดที่มีมากที่สุด คือ DHA โดยพบในสมอง 40% และพบในจอประสาทตา 60% เท่ากับ เป็นองค์ประกอบหลักของเซลล์สมอง ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต ของปลายประสาท ซึ่งทำหน้าที่ถ่ายทอดสัญญาณและส่งผ่านข้อมูล ระหว่างเซลล์สมองด้วยกัน

 

EPA (Eicosapentaenoic = กรดไอ-โคซาเพนตาอีโนอิก)

Eicosapentaenoic acid, EPA มีประโยชน์ช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ในเลือด และช่วยเพิ่มระดับ HDL ในเลือด ทำให้ลดภาวะหลอดเลือดอุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ

การบริโภคน้ำมันตับปลาทะเลมีความสำคัญในการระงับอาการอักเสบของโรคข้อ โรครูมาตอยด์และให้ผลดีต่อหัวใจ และหลอดเลือด และDHA ซึ่งให้ผลดีต่อสมอง อาจช่วยป้องกันโรคหัวใจและสมองขาดเลือดได้ โดยการป้องกันการสะสมของไขมันใต้ผนังหลอดเลือดแดง (Arteroma)จากการลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดและการป้องกันการแข็งตัวของเลือด (Thrombosis) จากการเพิ่ม Thrombroxane A3 (TXA3)

การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจำพวกน้ำมันปลาหรือน้ำมันตับปลานั้น ส่วนใหญ่แล้วผู้บริโภคมักต้องการประโยชน์จากสาร omega-3 คือ EPA และ DHA เป็นหลัก ซึ่งประโยชน์จากการรับประทานสารจำพวก omega-3 ที่พบว่ามีการศึกษาในมนุษย์ยืนยันประสิทธิภาพค่อนข้างมาก ได้แก่

- การลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) ในกระแสเลือด 

- การลดระดับความดันโลหิต

- การป้องกันความเสี่ยงในการกลับเป็นซ้ำของโรคหลอดเลือดหัวใจ

- การลดการปวดข้อและข้ออักเสบรูมาตอยด์

        

 Linseed oil

Linseed Oil (น้ำมันเมล็ดลินิน) คือน้ำมันที่สกัดได้จากเมล็ดของต้นลินิน หรือต้นปอป่าน ในปัจจุบันมีการเพาะปลูกกันมากในประเทศแถบยุโรปและอเมริกา  ซึ่งเป็นแหล่งของกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็น กลุ่มโอเมก้า 3, 6, 9 ดังนี้

 

- กรดแอลฟ่า-ไลโนเลนิก (Alpha-Linolenic Acid หรือ ALA) จัดอยู่ในกลุ่มกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็น ที่มีปริมาณมากกว่าในน้ำมันปลาถึง 60%  มีประโยชน์อย่างมากต่อระบบการไหลเวียนของเลือด

 

- กรดไลโนเลอิก (Linoleic Acid หรือ LA) เป็นกรดไขมันจำเป็นในกลุ่มโอเมก้า 6 ซึ่งมีสรรพคุณช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้นและลดอาการอักเสบของผิวหนัง

 

- กรดโอเลอิก (Oleic Acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันในกลุ่มโอเมก้า 9 มีการออกฤทธิ์คล้ายโอเมก้า 3 และ6 ทำหน้าที่ช่วยเสริมการทำงานของสารทั้งสองตัวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

      นอกจากนี้  ยังมีสารพฤกษเคมีอีกหนึ่งชนิด ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ คือ  “ ลิกแนน (Lignans)   ซึ่งเป็นไฟโตเอสโตรเจน (phytoestrogens) ซึ่งมีมากกว่าพืชชนิดอื่นถึง 75 เท่า มีการออกฤทธิ์คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจนและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

 

ประโยชน์ของน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed Oil)

       ในปัจจุบัน พบว่า อาหารที่รับประทานส่วนใหญ่จะประกอบด้วยกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 6   แต่มีกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 น้อยมาก ทำให้ร่างกายเสียสมดุลของกรดไขมันในร่างกาย อันเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังหลายชนิด  

            

  1. ลดคลอเลสเตอรอล ควบคุมความดันโลหิต และป้องกันโรคหลอดเลือดและหัวใจ

       กรดแอลฟ่า-ไลโนเลนิก  ที่พบในน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์  ทำหน้าที่ยับยั้งการแข็งตัวของเลือด, ช่วยขยายหลอดเลือด, ลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ จึงทำให้ลดความดันโลหิต และลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตด้วยโรคทางระบบหลอดเลือดและหัวใจ

       มีผลวิจัยทางการแพทย์ พบว่า กลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจที่รับประทานน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ 3,000 มก./วัน ร่วมกับวิตามินอีธรรมชาติ 200-400 หน่วยสากล สามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากหัวใจล้มเหลวได้ถึง 15% และจากการศึกษาใน Boston’s Simmons College ระยะเวลา 5 ปี พบว่า น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์มีประโยชน์ในการป้องกันโรคหัวใจวาย และป้องกันความดันโลหิตสูงได้ 

 

  1. ลดอาการปวดอักเสบของโรคข้อต่างๆ เช่น ข้อเสื่อม และรูมาตอยด์

       กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 ในน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ สามารถลดการอักเสบของโรคข้อต่างๆได้ เช่น โรคข้อเสื่อม, โรครูมาตอยด์ และโรคเกาท์ ซึ่งจากการศึกษากับผู้ป่วยไขข้ออักเสบ (Rheumatoid Arthritis) พบว่า มีผลต่อการสร้างสารที่ลดการอักเสบในร่างกายหลายชนิด เช่น Interleukin-1, Tumor necrosis factor และLeukotriene B4 จึงช่วยบรรเทาอาการข้อบวม, ปวดข้อลงได้ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น

 

  1. ลดการอักเสบของผิว บำรุงสุขภาพเส้นผมและเล็บ

       กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 6 ที่พบในน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ จัดเป็นกรดไขมันจำเป็น (Essential Fatty Acid หรือ EFAs) ซึ่งร่างกายจะนำไปใช้ในการสร้าง Prostaglandin PGE1 ซึ่งช่วยลดอาการอักเสบต่างๆของผิวหนัง เช่น การแพ้, ผื่นคัน, สิว และกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ในน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น รวมถึงช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพดี, เงางาม, ไม่แห้งแตกปลาย และต่อต้านการอักเสบที่หนังศีรษะ รวมถึงผู้ทีปัญหาหนังศีรษะแห้ง นอกจากนี้ยังช่วยให้เล็บแข็งแรงไม่เปราะหักง่าย

 

  1. ลดความผิดปกติของสตรีวัยหมดประจำเดือน และต่อต้านความชรา

       สารลิกแนน ในน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ ซึ่งมีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน (Phytoestrogen) และช่วยปรับความสมดุลของฮอร์โมน ดังนั้นจึงช่วยบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนได้ เช่น อาการร้อนวูบวาบ, เหงื่อออกในเวลากลางคืน, หลับไม่สนิท, ผิวพรรณและช่องคลอดแห้ง เป็นต้น ประกอบกับสารลิกแนน ยังช่วยป้องกันผลจากความชราภาพในหลายๆด้าน นอกจากนี้กรดไขมันจำเป็นในน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ ยังช่วยอาการผิดปกติของการมีประจำเดือนได้อีกด้วย เช่น อาการคัดหน้าอก, ปวดเมื่อย, ปวดท้อง เป็นต้น

 

  1. ลดอาการตาแห้ง
    การรับประทานน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์สามารถลดอาการตาแห้ง โดยการเพิ่มทั้งคุณภาพและปริมาณของชั้นน้ำตาส่วนไขมัน และช่วยหล่อลื่นดวงตา ซึ่งจากการศึกษา พบว่า การรับประทานน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์3,000 มก./วัน ก่อนทำเลสิค 1 สัปดาห์ และหลังทำเลสิค 1 สัปดาห์ สามารถลดอาการตาแห้งที่มักเกิดขึ้นหลังจากการทำเลสิคลงได้

 

  1. ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง 
    สารลิกแนน ในน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ อันเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็ง ซึ่งในปัจจุบันพบว่าผู้หญิง 1 ใน 9 คน เป็นมะเร็งเต้านม เนื่องจากการมีระดับของฮอร์โมนที่ไม่สมดุล จากการศึกษา พบว่า การบริโภคน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านมได้ถึง40% เพราะช่วยขับเอสโตรเจนส่วนเกินออกจากร่างกาย และช่วยลดการแบ่งตัวของเซลล์ที่ทรวงอกอย่างรวดเร็วเกินไป ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมได้ รวมทั้งชะลอการเติบโตของเนื้องอก ทำให้น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ มีบทบาทในการนำมาใช้เพื่อป้องกันโรคมะเร็งเต้านม, มดลูก, ลำไส้ใหญ่, ต่อมลูกหมาก รวมถึงมะเร็งผิวหนัง ถึงแม้ว่าจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม แต่จากการศึกษาโดย University of Toronto บ่งชี้ว่า ผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านม (ไม่คำนึงถึงระดับความรุนแรงของโรคมะเร็ง) จะได้รับประโยชน์ด้านการรักษาที่เพิ่มขึ้นเมื่อมีการรับประทานน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์

 ส่วนประกอบ

DHA-containing purified fish oil, linseed oil, olive oil, gelatin, glycerin, antioxidant (V.E) (including some of the raw gelatin)

วิธีรับประทาน

รับประทานพร้อมอาหารหรือพร้อมอาหารวันละ  1 เม็ดกับน้ำอุ่น

1เม็ด = 455mg

บรรจุ 30  เม็ด

Made in Japan

 

 

 

500DHAEPA30DHADHA(α)

 

 

เงื่อนไขอื่นๆ
เพื่อความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายและมิตรภาพที่ดีต่อกัน กรุณาทำความเข้าใจเงื่อนไข
Tags


ในภาพอาจจะมี 1 คน


null

ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาซีคอนสแควร์ ออมทรัพย์
ธ.กรุงศรีอยุธยา สาขาซีคอนสแควร์ ออมทรัพย์
ธ.กสิกรไทย สาขาซีคอนสแควร์ ออมทรัพย์
ธ.กรุงไทย สาขาซีคอนสแควร์ ออมทรัพย์
ธ.กรุงเทพ สาขาเซ็นทรัลพระราม3 ออมทรัพย์
คำถาม
รายละเอียด
ชื่อผู้ถาม
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ถาม
สินค้านี้ยังไม่มีคนถามคำถาม
สินค้านี้ยังไม่มีคนรีวิว
Go to Top
พูดคุย-สอบถาม คลิก