lnwshop logo
Fine Tomato and Enzyme of Chikara อาหารเสริมเอนไซค์มะเขือเทศบำรุงผิวพรรณแก้มอมชมพูให้มีเลือดฝาดช่วยย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารเพื่อไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ร่างกายแข็งแรงทนทานต่อโรคต่างๆพร้อมควบคุมน้ำหนักและรูปร่างให้เฟริมดูดีตลอดค่ะ

Fine Tomato and Enzyme of Chikara อาหารเสริมเอนไซค์มะเขือเทศบำรุงผิวพรรณแก้มอมชมพูให้มีเลือดฝาดช่วยย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารเพื่อไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ร่างกายแข็งแรงทนทานต่อโรคต่างๆพร้อมควบคุมน้ำหนักและรูปร่างให้เฟริมดูดีตลอดค่ะ

ลงสินค้า: 9 ก.ย. 2559แก้ไขล่าสุด: 9 ก.ย. 2559
1,050.00 บาท
จำนวน (ชิ้น)
-
+
หมวดหมู่ อาหารเสริมบำรุงผิว
น้ำหนัก กรัม
สภาพ สินค้าใหม่
สภาพ สินค้ามือสอง
เพิ่มเติม
เกรด
บาร์โค้ด
สถานะสินค้า Pre-Order
สถานะสินค้า พร้อมส่ง
คงเหลือ ชิ้น
เข้าร่วมโปรโมชั่น
ความพึงพอใจ ยังไม่มีความคิดเห็น
Scan this!
ข้อมูล
รายละเอียดสินค้า

Fine Tomato and Enzyme of Chikara อาหารเสริมเอนไซค์มะเขือเทศบำรุงผิวพรรณแก้มอมชมพูให้มีเลือดฝาดช่วยย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารเพื่อไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ร่างกายแข็งแรงทนทานต่อโรคต่างๆพร้อมควบคุมน้ำหนักและรูปร่างให้เฟริมดูดีตลอดค่ะ

 

 

Tomato

เนื้อมะเขือเทศมีสีแดงสดน่ากิน เนื่องจากไลโคพีน (Lycopene) สารประกอบในกลุ่มแคโรทีนอยด์ ซึ่งพบมากในมะเขือเทศ องุ่นแดง แตงโม เกรปฟรุต ในมะเขือเทศสด 100 กรัม มีไลโคพีนอยู่ 0.88-4.20 มิลลิกรัม ไลโคพีนมีประสิทธิภาพในการลดอนุมูลอิสระในกระแสเลือด ปกป้องเซลล์กระดูก ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งที่อวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก รองลงมาคือมะเร็งปอดและมะเร็งกระเพาะอาหาร ทั้งยังมีงานวิจัยระบาดวิทยาหลายชิ้นชี้แนะว่า ผู้ที่มีปริมาณไลโคพีนในเลือดสูง จะลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย

การกินมะเขือเทศปรุงสุกจะได้รับไลโคพีนมากกว่ากินผลสดเพราะความร้อนจะทำให้การยึดจับของไลโคพีนกับเนื้อเยื่อของมะเขือเทศอ่อนตัวลง ร่างกายจึงนำไลโคพีนไปใช้ได้ดีกว่า ในการผลิตผลิตภัณฑ์มะเขือเทศ ความร้อนและกระบวนการผลิตทำให้ไลโคพีนเปลี่ยนรูปแบบเป็นชนิดที่ละลายได้ดีขึ้น อีกทั้งปริมาณไลโคพีนก็สูงขึ้นมาก เนื่องจากผ่านกระบวนการทำให้เข้มข้น ดังนั้น ในน้ำมะเขือเทศ ซอลมะเขือเทศ ซอสพิซซา จึงมีไลโคพีนอยู่ถึง 5.00-11.60, 6.20, 12.71 มิลลิกรัม ตามลำดับ

บริเวณเปลือกผลมะเขือเทศมีสารฟลาโวนอยด์กลุ่มฟลาโวนอยด์คือ เคอร์ซิตินและเคมเฟอรอล อยู่ในปริมาณสูง มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสียหายของเซลล์ในร่างกายจากการทำลายของอนุมูลอิสระ ลดความเสียหายจากไขมันชนิดไม่ดี (LDL) เคอร์ซิตินและเคมเฟอรอลยังทำงานร่วมกันในการลดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งและลดการต้านยาของเซลล์มะเร็ง เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการออกฤทธิ์ของยาฆ่ามะเร็งได้ดียิ่งขึ้น สารทั้งสองยังมีฤทธิ์เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในร่างกาย มะเขือเทศจึงเป็นอาหารอีกชนิดที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

ประโยชน์ของมะเขือเทศ

  1. ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นสดใส ไม่แห้งกร้าน
  2. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรัยแห่งวัย
  3. น้ำมะเขือเทศช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย
  4. ช่วยเสริมคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง
  5. มีวิตามินเอซึ่งมีส่วนชวยบำรุงสายตา
  6. มีบีตาแคโรทีน และฟอสฟอรัสในปริมาณมาก
  7. มะเขือเทศช่วยในการรักษาสิว
  8. ช่วยทำให้ผิวหน้าเต่งตึงสดใส 
  9. ช่วยใหร่างกายสามารถต่อสู้กับโรคหอบหืดได้มากถึง 45%
  10. ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม หริออัลไซเมอร์
  11. ช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิด เลือดออกตามไรฟัน
  12. ช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด
  13. มะเขือเทศมีฤทธิ์ในการช่วยขับปัสสาวะ
  14. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
  15. ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ
  16. ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดภาวะเส้นเลือดตีบ การเกิดโรคหัวใจวาย สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ
  17. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด
  18. ช่วยในระบบย่อยในกระเพาะอาหารและช่วยในการขับถ่ายอุจจาระได้สะดวก
  19. ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา หรือเชื้อราที่ปาก
  20. ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็งลำไส้
  21. ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชายได้ถึง 45% หากรับประทานมะเขือเทศเป็นประจำ
  22. ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ ในเพศหญิง
  23. ซอสมะเขือเทศช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดหลังจากการหกล้ม หรือถูดมีดบาดได้

Vitamin B1

วิตามินบี 1 (Vitamin B1) หรือที่เราเรียกว่า ไทอามีน (Thiamine) นั้น ขึ้นชื่อว่าเป็นวิตามินที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายของมนุษย์เราได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้วิตามินบี 1 ยังมีความสำคัญต่อพัฒนาการของส่วนต่างๆ ในร่างกายแต่ละช่วงวัยมากเลยทีเดียว อีกทั้งเป็นวิตามินที่ช่วยรักษาอีกสารพัดโรค  เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต มีหน้าที่สำคัญ คือ เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการเผาผลาญอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมัน ทำให้เกิดพลังงานเพื่อให้ร่างกายสามารถทำงานได้ นอกจากนี้ยังมีส่วนสำคัญของระบบประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านนำกระแสความรู้สึกของเส้นประสาท ถ้าร่างกายได้รับวิตามินบีหนึ่งไม่เพียงพอ จะทำให้เป็น โรคเหน็บชา โรคนี้เกิดได้กับบุคคล ทุกกลุ่มอายุ

 

เอนไซม์

(Enzyme) เปรียบเสมือนกับสิ่งที่เป็นตัวจุดประกายของชีวิตในร่างกาย หมายว่าถ้าหากร่างกายของเราไม่มีเอนไซม์ ร่างกายก็จะไม่สามารถย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารเพื่อไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ และในที่สุดก็ตายลง ดังนั้นเอนไซม์จึงเป็นตัวช่วยเร่งปฏิกิริยาเคมี หรือตัวคะตะลิสต์ (Catalyst) ที่จำเพาะ ซึ่งจะทำง่านร่วมกับโคเอนไซม์ (Coenzymes) โดยโคเอนไซม์ในที่นี้ก็คือพวกวิตามินและแร่ธาตุจำเป็นต่อร่างกาย และวิตามินและแร่ธาตุนั้นจะไม่สามารถกระตุ้นให้ทำงานได้หากไม่ได้ทำงานร่วมกับเอนไซม์

กลุ่มของโปรตีนที่มีหน้าที่พิเศษแตกต่างจากโปรตีนทั่วไป คือ มีความสามารถในการเร่งปฏิกิริยาทางชีวเคมีที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง เพื่อใช้ในการสังเคราะห์องค์ประกอบภายในเซลล์ ระบบการย่อยอาหาร ฯลฯ

คุณสมบัติของเอนไซม์

  • เอนไซม์มีโครงสร้างทางเคมีเป็นโปรตีน ซึ่งประกอบไปด้วยโพลีเปปไทด์ (Polypeptide) เพียงสายเดียวหรือหลายสายที่ม้วนกันเป็นก้อนกลม มีโครงรูปที่จำเพาะ และถูกกำหนดมาโดยลำดับการเรียงตัวของกรดอะมิโน และยังมีเอนไซม์อีกจำนวนมากที่มีสารประกอบอื่นที่ไม่ใช่โปรตีนรวมอยู่ด้วยจึงทำหน้าที่ได้ เอนไซม์เหล่านี้เรียกว่า “โฮโลเอนไซม์” (Holoenzyme) เฉพาะส่วนที่เป็นโปรตีนจะเรียกว่า “กลุ่มโพรสทีติก” (Prosthetic group) ซึ่งอาจจะเป็นไอออนของโลหะเรียกว่า “โคแฟกเตอร์” (Cofactor) และถ้าเป็นสารประกอบอินทรีย์จะเรียกว่า “โคเอนไซม์” (Coenzyme)
  • มีเอนไซม์จำนวนมากจะไม่ทำงานถ้าไม่มีตัวช่วย อย่าง โคเอนไซม์ และโคเอนไซม์ส่วนใหญ่จะเป็นวิตามินชนิดที่ละลายน้ำหรือเกลือแร่จำเป็นยางชนิด ซึ่งเกลือแร่จำเป็นน้ำบางครั้งจะเรียกว่า โคแฟกเตอร์ ซึ่งเอนไซม์ทำจากโปรตีน แต่โคเอนไซม์ไม่ใช่โปรตีน และเอนไซม์จะมีขนาดใหญ่มากกวาโคเอนไซม์ โดยในระห่างการทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีอยู่นั้น เอนไซม์จะกลีบคืนมาเป็นอิสระอย่างเดิม แต่โคเอนไซม์จะหมดเปลืองไปเรื่อย ๆ จึงจำเป็นต้องหามาเสริมจากที่ต่าง ๆ
  • เอนไซม์แต่ละชนิดมีหน้าที่เฉพาะตัว เพราะจะทำปฏิกิริยาเคมีจำเพาะกับสารตั้งต้น หรือ ซับสเตรด (Substrate) ที่ถูกกำหนดไว้เท่านั้น เช่น เอนไซม์ชนิดย่อยไขมันจะไม่ย่อยแป้ง และเอนไซม์ย่อยแป้งจะไม่ย่อยโปรตีน เป็นต้น
  • เอนไซม์จะยังคงสภาพเดิมทั้งคุณสมบัติและปริมาณ ภายหลังการเกิดปฏิกิริยาแล้วจึงจะสามารถเร่งปฏิกิริยาต่อไปได้อีก
  • เอนไซม์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่สามารถเร่งอัตราการเกิดปฏิกิริยาโดยเป็นตัวลดพลังงานกระตุ้น
  • เอนไซม์มีความไวต่อปฏิกิริยามาก แม้ในปริมาณเพียงน้อยนิดก็สามารถเร่งปฏิกิริยาได้ ถ้าไม่มีเอนไซม์ปฏิกิริยาเคมีทุกชนิดจะเกิดขึ้นช้ามาก จนชีวิตไม่สามารถรอดอยู่ได้
  • การแช่แข็งจะไม่ทำลายความสามารถของเอนไซม์ส่วนใหญ่ แต่เอนไซม์จะถูกทำลายได้โดยง่ายที่ความร้อนสูงเกิน 45 องศาเซลเซียส
  • เอนไซม์มีความจำเพาะเจาะเจาะจงต่อซับสเตรด (Supstrate) หรือสารตั้งต้นที่จะเข้าทำปฏิกิริยาแต่ละชนิด จึงสามารถเร่งปฏิกิริยาใดปฏิกิริยาหนึ่งโดยเฉพาะเท่านั้น ยกเว้นเอนไซม์บางชนิดที่มีความเฉพาะเจาะจงน้อยจะเร่งปฏิกิริยาของสารเริ่มต้นที่คล้ายกันได้
  • อัตราการทำงานของเอนไซม์ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่ อุณหภูมิ (อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการทำงานโดยทั่วไปของเอนไซม์อยู่ในช่วง 25-40 องศาเซลเซียส หากสูงเกินไปจะทำให้เอนไซม์เสียสภาพโครงสร้าง ทำให้เข้าร่วมกับซับสเตรดไม่ได้), ความเป็นกรดเบส (โดยทั่วไปเอนไซม์จะทำงานได้ดีในช่วงค่า pH 6-7 แต่เอนไซม์หลายชนิดจะทำงานได้ดีในสภาพความเป็นกรดเบสแตกต่างกันออกไป เช่น ลิเพส ทำงานได้ดีที่สุดที่ค่า pH7, เพบซินที่ pH1.5-2.5, ทริบซินที่ pH 8-11 เป็นต้น), ปริมาณของเอนไซม์และซับสเตรด (อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะแปรผันตามความเข้มข้น ถ้ามากเกินพออัตราการเกิดปฏิกิริยาจะคงที่เนื่องจากไม่มีเอนไซม์และซับสเตรดเหลือพอที่จะทำปฏิกิริยา)
  • เอนไซม์แต่ละชนิดที่ร่างกายผลิตขึ้นมาจะมีชีวิตหรืออายุได้เพียง 20 นาที และจะต้องมีเอนไซม์ใหม่เข้ามาทดแทนอยู่เรื่อย ๆ แต่ก็มีเอนไซม์บางชนิดสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์ ก่อนที่มันจะหมดสภาพไป
  • เอนไซม์ที่มีระดับต่ำในร่างกาย จะมีความสัมพันธ์กับโรคของความเสื่อมต่าง ๆ ถ้าเอนไซม์มีระดับต่ำมาก โรคแห่งความเสื่อมก็จะเกิดขึ้นมากตามไปด้วย
  • สิ่งมีชีวิตทุกชนิดสามารถสร้างเอนไซม์ขึ้นมาได้เอง ด้วยความสามารถในการผลิตที่ต่างกัน

ส่วนประกอบ

"Fine tomato and enzyme the power of 90 grain" is a functional food nutrition vitamin B1. Lycopene, a plant enzyme, Coleus false coli extract, Kintoki ginger, is a supplement containing a combination such as black pepper extract. Please help us to maintain good health. Functional food nutrition.

Edible grape oil, gelatin, Coleus false coli extract powder, red kidney ginger powder, black pepper extract, organic pearl barley extract, apple, pineapple, grape skin, seeds, bananas, onion, kiwi, cabbage, pumpkin, tomatoes, carrots, green pepper , broccoli, orange, radish, pomegranate, brown rice, rolled barley, maitake, shiitake mushrooms, rose hips, turmeric, cinnamon, citron, ginger, Panax ginseng, jujube, Jew, leaves tomorrow, sweet potato, yam, soybean, Mochikibi, Mochiawa, Japanese millet, pearl barley, Takakibi, red rice, red glutinous rice, black glutinous rice, green rice, Haruukon, zedoary, red beans, black beans, tomato pigment, glycerin, VC, beeswax, caramel color, glycerin fatty acid ester, VE, V.B1, V.B6, V.B2

 

ทานวันละ 3  เม็ดก่อนอาหารมื้อไหนก็ได้ค่ะ

 

บรรจุ 90 เม็ด

Made in Japan

 

 

「ファイン トマトと酵素のチカラ」の画像検索結果

มะเขือเทศ

 

「トマト」の画像検索結果

 

 

「ファイン トマトと酵素のチカラ」の画像検索結果

เงื่อนไขอื่นๆ
เพื่อความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายและมิตรภาพที่ดีต่อกัน กรุณาทำความเข้าใจเงื่อนไข
Tags


ในภาพอาจจะมี 1 คน


null

ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาซีคอนสแควร์ ออมทรัพย์
ธ.กรุงศรีอยุธยา สาขาซีคอนสแควร์ ออมทรัพย์
ธ.กสิกรไทย สาขาซีคอนสแควร์ ออมทรัพย์
ธ.กรุงไทย สาขาซีคอนสแควร์ ออมทรัพย์
ธ.กรุงเทพ สาขาเซ็นทรัลพระราม3 ออมทรัพย์
คำถาม
รายละเอียด
ชื่อผู้ถาม
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ถาม
สินค้านี้ยังไม่มีคนถามคำถาม
สินค้านี้ยังไม่มีคนรีวิว
Go to Top
พูดคุย-สอบถาม คลิก